เกษตรแนวตั้ง Vertical Farm และระบบ Robot Farm

blog9_1
ถ้าพูดถึงการทำเกษตร ทุกๆ คนอาจจะนึกถึงแปลงปลูกผักพื้นดินเป็นหลายๆ ไร่ มีการใส่ปุ๋ย การให้น้ำสปริงเกอร์อยู่ใช่ไหม แต่ในขณะเดียวกันจะมีสักกี่คนที่คิดว่า หากเราไม่มีพื้นที่มากพอที่จะปลูกผักได้เป็นหลายๆ ไร่ อีกทั้งยังมีพื้นที่คับแคบในการปลูกผักไม่เพียงพอต่อความต้องการของบริโภคหล่ะจะเป็นอย่างไรบ้าง ประเทศเราอาจจะไม่ประสบปัญหาในด้านนี้มากนัก แต่ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ ที่มีข้อจำกัดในด้านของพื้นที่จึงทำให้การวิจัยในการทำเกษตรแนวตั้งเกิดขึ้น หรือที่เราเห็นบ่อยๆ คือการทำเกษตรในโรงเรือนเป็นชั้นๆ นั่นเอง ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตมากกว่าปกติ 3-4 เท่า
การเกษตรแนวตั้ง (Vertical Farm)

blog9_2
Cr images : www.skygreens.com

blog9_3
Cr images : freetalksf.com

การเกษตรแนวตั้ง หรือที่เรียกกันว่า Vertical Farm เป็นการปลูกพืชเป็นชั้นๆ และควบคุมปัจจัยต่างๆ โดยมนุษย์ สามารถผลิตได้มาก และไม่จำกัดฤดู ทำให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่าง Skygreens ประเทศสิงคโปร์ที่มีพื้นปลูกในการทำการเกษตรกว่า 250 ไร่ โดยจะทำการเกษตรแบบธรรมดา แต่ก็ยังให้ผลผลิตที่ไม่เพียงพอ จึงได้นำแนวคิดเกษตรแนวตั้งมาใช้ทำให้เพิ่มผลผลิตมากกว่าปกติ 5-10 เท่า เทียบกับพื้นที่ขนาดเดียวกัน

blog9_4
Cr images : www.tracealongthehereandnow.com

โดยมีการนำระบบไฮโดรลิค และเทคโนโลยี A-Go-Go เข้ามาใช้ มีลักษณะเป็นเสาร์ค้ำกันคล้ายรูปตัว A มีความสูงประมาณ 6 เมตร ใช้ระบบเติมน้ำหมุนรอกทำให้พืชได้รับแสงแดดเท่าๆ กัน หลังคาทำเป็นพลาสติกพีวีสีใส สามารถรับแสงได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ในการควบคุมการผลิตผลก็สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ค่าไฟต่อ 1 โครงสร้าง (ตัว A) ก็ถูกมากๆ เพียง 105 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ทางบริษัทยังได้รับทุนจากรัฐบาล และได้เป็นต้นแบบเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกษตรอีกด้วย ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีการส่งออกไปยังมาเลเซีย จีน และแถบๆ ยุโรป อีกด้วย

blog9_5
Cr images :www.skygreens.com

blog9_6
Cr images : www.permaculturenews.org

blog9_7
Cr images : permaculturenews.org

วีดีโอ Vertical farms in Singapore

ระบบ Robot
ถือว่าเป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวดีเกี่ยวกับวงการเกษตรเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ มีการนำระบบหุ่นยนต์มาใช้ในการทำเกษตรเกือบทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัทญี่ปุ่นที่จะมีการเปิดตัวฟาร์มหุ่นยนต์ แห่งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ และมีแผนว่าจะส่งผลผลิตออกสู่ตลาดปี 2017 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะช่วยรองรับแรงงานที่ขาดแคลน และปัญหาผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเมล็ดพันธุ์จะได้จากมนุษย์และที่เหลือเริ่มตั้งแต่การปลูก การดูแล ไปจนถึงกระบวนการแพ็คจะเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์ทั้งหมด จากการนำระบบอัตโนมัติมาปลูกผักกาดหอม เฉลี่ยต่อวันแล้ว ให้ผลผลิตได้ถึง 30,000 ตัวเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีระบบฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่ามั่นใจ และปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน

blog9_8
Cr images : www.techinsider.io

blog9_9
Cr images : www.techinsider.io

แทรกเตอร์ทำงานอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์ทำไร่

ตัวอย่างครับ แทรกเตอร์ไร้คนขับ

ที่มา: http://www.kasetup.com/2016/09/robot-farm.html, www.theguardian.com, www.techinsider.io

ร่วมแสดงความคิดเห็น